เชียร์ 51

ข่าวเด็ด

วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2551

“พลังแม้ว”พร้อมเคาะชื่อ“หน.ลูกกรอก”คนใหม่จันทร์นี้



“ส.สมพงษ์” เผย พปช.เตรียมลงมติเลือกตัวนายกฯ คนใหม่ จันทร์ที่ 15 ก.ย.นี้ หลังพรรคร่วมมีท่าทียอมรับ “3 ส.” ก่อนแถลงกับพรรคร่วม 16 ก.ย. “วรวัจน์”เมินพันธมิตรฯ ต้าน อ้างต้องเดินหน้ารักษาระบอบประชาธิปไตย

วันนี้(13ก.ย.) นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ในวันที่ 15 กันยายนนี้พรรคพลังประชาชนจะลงมติหาผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และแจ้งให้พรรคร่วมรัฐบาลทราบก่อนที่จะมีการแถลงข่าวร่วมกันในวันที่ 16 กันยายนนี้

นายสมพงษ์ กล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลได้แจ้งมาแล้วว่า ไม่ขัดข้อง หากผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่จะเป็น 1 ใน 3 ส. คือนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อย่างไรก็ตาม ทางพรรคพลังประชาชนจะเสนอชื่อนายสมพงษ์จริงหรือไม่นั้น นายสมพงษ์ ได้หัวเราะ แล้วกล่าวว่า เข้าใจผิดหรือเปล่า ตอนนี้ยังไม่ทราบและยังไม่ใช่ เป็นการประเมินกันไป ยังไม่ได้คุยกันอย่างเป็นทางการ ชื่อคนที่จะรับตำแหน่งก็อยู่ใน 3 ส.นั่นแหละ วันจันทร์ก็จะได้ข้อยุติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ แกนนำพลังประชาชนและส.ส.ภาคเหนือของพรรค นำโดยอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เช่น นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา นายสุธรรม แสงประทุม และนายเสริมศักดิ์ พงษ์พาณิชย์ รวมทั้งนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ในฐานะแกนนำภาคเหนือ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำกลุ่มเพชรบูรณ์ แนวร่วมกลุ่มเพื่อนเนวินได้ทยอยเดินทางไปยังที่ทำการพรรค อาคารไอเอฟซีที ถนนเพชรบุรี ตั้งแต่ช่วงสาย เพื่อหารือและสรรหาผู้ที่เหมาะสมจะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทน นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค ที่ประกาศไม่รับตำแหน่ง

นายวรวัจน์ กล่าวว่า การหารือครั้งนี้เป็นการพูดคุย เพื่อประเมินสถานการณ์ทางการเมือง หลังจากที่นายสมัครจะไม่เป็นนายกรัฐมนตรี โดยต้องหารือว่า แกนนำพรรคคนใดเหมาะสม และต้องประเมินถึงสถานการณ์ทั้งหมดว่าจะทำอย่างไรให้สังคมเกิดความสงบลง และทำให้ระบบขับเคลื่อนต่อไปได้ ส่วนการตัดสินใจนั้น เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง โดยบุคคลในกลุ่ม “ 3 ส.” คือบุคคลที่เหมาะสมที่สุด แต่จะเป็นใครคงต้องประเมินสถานการณ์และความเหมาะสมเป็นหลัก แต่ยอมรับว่า ไม่ว่าจะเป็นท่านใดขึ้นมาเป็นผู้นำในช่วงนี้ก็จะมีระยะเวลาไม่นานในการแก้ปัญหา เพราะมีปัญหารออยู่เต็มไปหมด

ส่วนกรณีที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยประกาศจะชุมนุมต่อไป โดยไม่ยอมรับชื่อของ 3 ส.นั้น นายวรวัจน์ กล่าวว่า การตัดสินใจของพรรคพลังประชาชนพร้อมรับผิดชอบต่อประชาชน โดยจะคงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตย วันนี้คนที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำคนใหม่ของพรรคจะต้องประสานทุกฝ่าย แต่ก็ยอมรับว่าไม่มีทางที่เราจะไปพูดคุยกับฝ่ายที่ตั้งป้อมที่จะไม่เอาคนจากพรรค เรารู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ เชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ ดังนั้นสิ่งที่พันธมิตรฯ ยื่นข้อเสนอมาเราไม่สามารถรับฟังได้

วิเคราะห์

จากข่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่าไม่ว่าใครในพรรคพปช.ได้มาเป็นนายกคนใหม่ก็ไม่ช่วยให้กลุ่มพันธมิตรจะสลายตัวไปได้ดังนั้นต้องมีการปรับความเข้าใจระหว่างนักการเมืองกับกลุ่มพันธมิตร

ขอขอบคุณแหล่งข่าวจากhttp://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000108702

โดย นายรวมเลิศ สุภานันท์ 5131601165



อนุพงษ์ต่อสายตรงทักษิณ เบื้องหลังล้มโหวตสมัครรีเทิร์น

สื่อข่าวรายงานว่า ความพลิกผันของสถานการณ์การเมือง นำไปสู่การล้มโหวตนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 ก.ย. สืบเนื่องมาจากเมื่อกลางดึกวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา หลังจากที่พรรคพลังประชาชนมีมติเสนอชื่อนายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ทำให้บรรดานายทหารระดับสูงหลายคนไม่สบายใจ เกรงจะเกิดแรงต่อต้านที่รุนแรงและนำไปสู่วิกฤติความขัดแย้งที่หนักหน่วงขึ้นไปอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกได้โทรศัพท์สายตรงไปหา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อแจ้งความไม่สบายใจพร้อมกับระบุด้วยว่า สถานการณ์ จะไปไม่รอดหากเสนอชื่อนายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีอีก หลังจากนั้นหลายฝ่ายได้ประสานงานกัน เริ่มจากนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เดินทางไปร่วมหารือกับนายบรรหาร ศิลปอาชา ที่บ้านซอยจรัญสนิทวงศ์ 55 โดย มีแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆด้วย ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันที่จะสนับสนุนพรรคพลังประชาชน แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่ใช่นายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรี จึงประสานไปยังแกนนำพรรคพลังประชาชนที่คัดค้านนายสมัครว่า จะไม่เข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้เลื่อนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีออกไปเป็นวันพุธที่ 17 ก.ย.ดังกล่าว



ที่มา : ไทยรัฐ


นาย สุวิทย์ แก้วเข้ม 5131601202

วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2551

อย่าซ้ำเติมสถานการณ์ นะจ๊ะ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

พอดีผู้เขียนไปเห็นบทความๆ นึง จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และก็เห็นว่าดี จึงเอามาฝากท่านผู้ชมหล่ะครับ น่าอ่านจิงๆนะครับลองชมครับ


การที่นายสมัคร สุนทรเวช ต้องพ้นจากตำแหน่งในทันที กลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก ที่หลุดจากตำแหน่งตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ อันเนื่องมาจากการจัดรายการชิมอาหาร “ชิมไปบ่นไป” คอการเมืองอาจมองว่าเข้าลักษณะปลาตายน้ำตื้น แม้แต่ นายสมัครเองก็อาจจะคาดไม่ถึง เพราะเคยถามว่า “แค่ทำกับข้าว” จะต้องถึงกับพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเชียวหรือ?

ทันทีที่สิ้นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โฆษกพรรคพลังประชาชนประกาศว่า จะเลือกนายสมัครกลับมาเป็นนายกฯอีก โดยอ้างว่าไม่ได้กระทำผิดร้ายแรง ไม่ใช่การทุจริต เป็นบรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้อง และยอมรับไม่ได้ แต่จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ถือว่าการกระทำอันต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 267 เข้าลักษณะผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งนักวิชาการถือว่าเป็นการทุจริตรูปแบบหนึ่ง

เรื่องนี้จึงไม่ใช่ “แค่ทำกับข้าว” เพราะเป็นการกระทำการอันต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญ ในส่วนที่ว่าด้วย “การกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์” ศาลรัฐธรรมนูญอธิบายว่าเป็นบทบัญญัติที่ป้องกันรัฐมนตรีไม่ให้กระทำ อันจะก่อให้เกิดสถานการณ์ขาดจริยธรรม มีการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ ในลักษณะที่ประโยชน์ส่วนตัวจะได้มาจากการเสียไปซึ่งประโยชน์สาธารณะ

ในรัฐธรรมนูญส่วนนี้ นอกจากมาตรา 267 แล้ว ยังมีอีกหลายมาตรา มีมาตราหนึ่ง ซึ่งเป็นข่าวบ่อยครั้ง ได้แก่มาตรา 269 ห้ามรัฐมนตรีถือหุ้นในบริษัทเกิน 5% เคยทำให้ รัฐมนตรีหลุดจากตำแหน่งไปแล้วหลายคน เจตนารมณ์ที่สำคัญ คือป้องกันไม่ให้รัฐมนตรีใช้อำนาจหน้าที่ เอื้อประโยชน์ให้แก่ธุรกิจของครอบครัว แต่บางคนก็เลี่ยงกฎหมายด้วยการโอนหุ้นให้บุตร หรือคนใช้

ใครก็ตาม ไม่ควรโทษรัฐธรรมนูญ 2550 เป็นอันขาด โทษว่าเป็นกับดักที่มุ่งเล่นงานนักการเมืองบางพรรค เป็นการเฉพาะเจาะจง เพราะความจริงบทบัญญัติที่ห้ามรัฐมนตรีมีตำแหน่งในบริษัทเอกชน หรือเป็นลูกจ้างเอกชน มีอยู่แล้วในรัฐธรรมนูญ 2540 เพียงแต่ว่านักการเมืองไม่ได้ใส่ใจ เพราะในอดีตไม่มีใคร เอาเรื่องเอาราว เนื่องจากองค์กรตรวจสอบถูกแทรกแซงจนเป็นอัมพาต

จะกลายเป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างยิ่ง ถ้าพรรคพลังประชาชนและพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ เลือกนายสมัครกลับไปเป็นนายกฯอีก เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญได้ทำคุณูปการแก่ บ้านเมือง ด้วยการแปรวิกฤติให้เป็นโอกาส ให้นายสมัครพ้นจากนายกรัฐมนตรี โดยไม่เสีย หน้ามากเหมือนการลาออก และเปิดโอกาสให้แก้ไขความขัดแย้งทางการเมืองโดยสันติ จึงไม่ควรปิดประตูรับโอกาส

พรรคการเมืองจึงควรใช้โอกาสนี้ ร่วมกันแสวงหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย อย่าได้คิดตอบโต้ศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยการเลือกคนเดิมกลับไปอีก เพราะจะซ้ำเติมวิกฤตการณ์ให้ทรุดหนัก จนยากที่จะแก้ไขได้โดยสันติ ถ้ายังมีความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองโปรดฟังคำเตือนของสภาอุตสาห-กรรมฯ ที่ว่า ถ้าปล่อยให้วิกฤติยืดเยื้อ เศรษฐกิจจะเสียหายไม่ต่ำกว่า 6 แสนล้านบาท.

ร่วมคิด

อย่างที่ผู้เขียนได้เขียนมานั้นจะเห็นได้ว่า อดีตนายกสมัครไม่ควรมานั่นเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอีก เนื่องจากมีความผิด จริง แล้ว พรรคการเมืองจึงควรใช้โอกาสนี้ ร่วมกันแสวงหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งอาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ในการสร้างความสามัคคีในชาติได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องยากก็ตาม

ที่มา http://www.thairath.co.th/news.php?section=politics01&content=103804


สร้างสรรค์โดย

Mr.Nuttachai Nalampang ID 5131601061
Mr.Nattapon Pintasan ID 5131601065

School of Law

Section 1


เบื้องหลัง ทำไมนายกฯ ต้องเป็นสมัคร



แม้ ความคิดเห็นของ ส.ส.พรรคพลังประชาชน จะแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ในการสนับสนุน "สมัคร สุนทรเวช" หัวหน้าพรรคให้กลับเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

โดยกลุ่มเหนือ-กลาง-อีสานเหนือ กว่า 100 คน แสดงจุดยืนไม่สนับสนุน "สมัคร" กลับมาเป็น "นายกรัฐมนตรี" หนที่ 2 โดยยกเหตุผลเรื่องกระแสต่อต้านจากสังคม พรรคร่วมรัฐบาล และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รวมทั้งเรื่องใหญ่อย่างคดีหมิ่นประมาท นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ที่ศาลชั้นต้น พิพากษาลงโทษจำคุกเป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา และศาลอุทธรณ์นัดอ่านคำร้องขอเลื่อนฟังคำ พิพากษาในวันที่ 25 กันยายน

แต่อีกกลุ่มที่ประกอบด้วย กลุ่มเพื่อนเนวิน ที่ใกล้ชิดกับ นายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งมี ส.ส.ในมือกว่า 80 คน

และ กลุ่มเพชรบูรณ์ ของ "สันติ พร้อมพัฒน์" รมว.คมนาคม อีกกว่า 30 คนนั้น เดินเครื่องเต็มที่ที่จะผลักดัน "สมัคร" กลับมานั่ง "เก้าอี้นายกรัฐมนตรี" อีกครั้ง แม้จะรู้ว่านั่นเป็นการ "ราดน้ำมันลงบนกองไฟแห่งความขัดแย้ง" ก็ตาม ดูเหมือนว่าแนวคิดที่จะเข็น "สมัคร" กลับไปเป็น "นายกรัฐมนตรี" อีกครั้ง จะได้รับการสนับสนุนจากส่วนต่าง "10 กว่าเสียง" ของบรรดาแกนนำพรรคอย่าง "สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, สมชาย วงศ์สวัสดิ์" รองหัวหน้าพรรค หรือ "นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี" เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ซึ่งมีชื่อเป็นแคนดิเดตเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอยู่ด้วย

ด้วยเหตุผลที่ไม่ต่างกัน คือ ในสถานการณ์การเมืองเช่นนี้ ไม่มีแกนนำพรรคพลังประชาชนคนไหนหาญกล้าเข้ามาถือ "เผือกร้อน"

และ ใน "สถานการณ์ร้อน" จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ "คนแก่พรรษาการเมือง" อย่าง "สมัคร" ที่มีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัว เข้ามารักษาการไปอีกระยะหนึ่ง เพื่ออาศัยความอึดให้ผ่านพ้นช่วงโยกย้าย "ข้าราชการระดับสูง" และได้เริ่มใช้ "พ.ร.บ.งบประมาณปี 2552" สำหรับการเตรียมความพร้อมรับมือกับอุบัติเหตุทางการเมืองอื่นๆ ไปให้ได้อีกระยะ

แน่นอนว่าสามารถ ใช้ตรงนี้เป็นข้อต่อรองกับ "พรรคร่วมรัฐบาล" อื่นๆ ได้อีกจุด เพราะในภาวะเช่นนี้ไม่มีนักการเมืองค่ายไหนอยากให้เกิดการ "ยุบสภา" และเลือกตั้งใหม่

แต่จุดที่สำคัญที่สุดน่าจะมีเป้าหมายอยู่ที่ "ตุลาการภิวัตน์" ซึ่ง "บิ๊กพลังประชาชน" คิดว่าเป็นอุปสรรคกับความอยู่รอดของพรรค

หาก ย้อนไปตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพรรคพลังประชาชน ก็มีทั้งคดีใบเหลือง-ใบแดง หลายพื้นที่ ส่งผลมาถึง "คดียุบพรรคพลังประชาชน" จาก "ใบแดง" ของ ยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตรองหัวหน้าพรรค ไล่มาจนคุณสมบัติรัฐมนตรี ที่ต้องกระเด็นออกจากตำแหน่งไป อย่าง "ไชยา สะสมทรัพย์" และ "วิรุฬ เตชะไพบูลย์" แม้กระทั่งคดีความต่างๆ ของ "ทักษิณ ชินวัตร" ที่ล่าสุด ถึงกับยืนเหยียบอยู่บนผืนแผ่นดินไทยไม่ได้


สร้าง ความเจ็บปวดให้กับ "พลพรรค พปช." ไม่น้อย ดังนั้น ที่ผ่านมากิจกรรมหลายอย่างและคำพูดของแกนนำแต่ละคน จึงออกมาแบบที่มีกลิ่นของความท้าทาย "ตุลาการภิวัตน์"

แม้ กระทั่ง "สมัคร สุนทรเวช" ยังเคยตำหนิอย่างรุนแรงถึง "คดีบางคดีไม่อยู่ในรัฐธรรมนูญก็ยังเอาไปตัดสินกันได้" ในระหว่างการประชุมพรรคพลังประชาชน เพื่อเคลียร์ใจกับ ส.ส. กับข้อกล่าวหาเรื่อง "เอาใจออกห่าง" ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ช่วงกลางเดือนสิงหาคม จนล่าสุด "คดีชิมไปบ่นไป" ก็ทำให้ "สมัคร" ต้องพ้นจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ไปอย่างง่ายดาย ซึ่งได้ความสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับ "สมัคร" และ "พลังประชาชน" อย่างมาก

บรรดาแกนนำ "สายเหยี่ยว" จึงได้เตรียมการที่จะทำให้สังคม เห็นในสิ่งที่ "พรรคพลังประชาชน" อุปโลกน์ขึ้นมาว่าไม่เป็นธรรม

การ ดัน "สมัคร" ขึ้นมาเป็น "นายกรัฐมนตรี" อีกครั้ง ใน 3 วันให้หลังจาก "ศาลรัฐธรรมนูญ" วินิจฉัยให้ขาดคุณสมบัติ แล้วในขณะเดียวกัน วันที่ 25 กันยายน ศาลอุทธรณ์นัดอ่านคำร้องขอเลื่อนฟังคำพิพากษาคดี "สมัคร" หรือไม่

จึงเป็นการเสี่ยงดวง บนความท้าทาย "ตุลาการภิวัตน์" อย่างยิ่ง

ซึ่ง "สมัคร" เองก็รู้ตัวดี เพราะในวงประชุมระหว่างแกนนำพรรคพลังประชาชนที่เข้าไปพบที่บ้านพักหมู่บ้าน โอฬาร ซอย นวมินทร์ 81 เพื่อให้ "สมัคร" ได้ตัดสินใจว่าจะกลับมารับตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" อีกครั้งหรือไม่

จึง ไม่แปลกที่มีคำพูดของ "สมัคร" เกี่ยวกับอนาคตของตัวเองที่แขวนไว้กับ "ตุลาการภิวัตน์" หลุดออกมาว่า "ขณะนี้สังคมจับตาดูอยู่ หากใครคิดที่จะกลั่นแกล้งก็คงอยู่ไม่ได้เหมือน
กัน"


ขอขอบคุณ http://tnews.teenee.com/politic/26748.html และหนังสือพิมพ์ มติชน
โดย นางสาวเกษศิณี กรกนก ID 5131601012
นายชาญภิวัฒน์ คำมะโนชาติ ID 5131601042

ลือ “หอกหัก” แพ้ภัยตัวเอง! เตรียมไขก๊อกทิ้งเก้าอี้ หน.พรรค



“ราษฎรอาวุโส” เตือนกลุ่มหนุน “หมัก” นั่งเก้าอี้นายกฯ รอบสอง หวังก่อให้เกิดความรุนแรงในบ้านเมือง ชี้คุณสมบัติผู้นำคนใหม่ต้องไม่ก้าวร้าวแต่เชื่อปัญหาจะไม่จบสิ้นเพราะแกนนำพปช.ล้วนเป็นนอมินี ล่าสุดรายงานข่าวแจ้งว่า “หอกหัก” ถอดใจแล้ว เตรียมลาออกจากหัวหน้าพรรคเปิดทางเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่
วันนี้ (12 ก.ย.) ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส กล่าวว่า หากทางพรรคพลังประชาชนยังดึงดันสนับสนุนให้ นายสมัคร สุนทรเวช กลับเป็นนายกรัฐมนตรี เชื่อจะเกิดความรุนแรงขึ้นอย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาคนที่สนับสนุนให้นายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีจงใจที่จะทำให้เกิดความรุนแรงในบ้านเมืองแต่ต้น เนื่องจากนายสมัครเป็นคนที่มีบุคคลิกพิเศษ ซึ่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่จะต้องไม่ก้าวร้าว รุนแรง และต้องพร้อมที่จะประนีประนอมให้มาก แต่ถึงแม้ทางพรรคพลังประชาชนจะไม่เสนอนายสมัคร และเสนอชื่อบุคคลอื่นแทนแต่ยังคงเป็นนอมินีของคนที่เคยสนับสนุนนายสมัครอยู่เดิม เชื่อว่าปัญหาจะยังคงอยู่
นอกจากนี้ ศ.นพ.ประเวศ ยังกล่าวอีกว่า หากต้องการให้ประเทศเกิดความสงบ ทุกคนจะต้องมีจินตนาการใหม่ร่วมกันเพื่อให้เกิดพลังในการแก้ไขปัญหา ทำให้ประชาธิปไตยเป็นอารยะประชาธิปไตย ก้าวไปสู่สังคมใหม่ที่ดีไปอีก 5 ปีข้างหน้า
ล่าสุด มีรายงานว่า นายสมัคร สุนทรเวช อาจตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เพื่อให้พรรคมีอิสระในการตัดสินใจทางการเมือง และคัดสรรบุคคลที่เสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่

วิเคราะห์
ถ้านายสมัคร สุนทรเวช ยอมถอยออกมาตั้งแต่ต้นเรื่องมันคงไม่บานปลายถึงจุดนี้แต่นายกคนใหม่ก็คงเป็นตัวแทนจากพรรคพลังประชาชนอยู่ดีดังนั้นสถานการณ์ก็จะยังไม่สงบง่ายๆแต่อย่างน้อยก็คงพอลดความรุนแรงลงได้บ้าง

ขอขอบคุณแหล่งข่าวจากhttp://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000108368

โดย นายรวมเลิศ สุภานันท์ 5131601165

"ปลาไหล"ขยาดยุบพรรค หั่นทิ้งกก.บห.เหลือหนึ่งโหล

ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคชาติไทย ตัดสินใจยุบกรรมการบริหารพรรคจาก 34 คนเหลือเพียง 12 คน รองรับคำสั่งยุบพรรค ขณะที่"น้องแบม"ทิ้งหน้าที่โฆษก เติ้งรับบทประชาสัมพันธ์จำเป็น
วันนี้ (12 ก.ย.) ในการประชุมใหญ่พรรคชาติไทยประจำปี 2551 ที่ห้องฟีนิกซ์ เมืองทองธานี เพื่อรับรองรายงานการประชุมพรรคชาติไทยและเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชาติไทยชุดใหม่ โดยที่ประชุมกรรมการบริหารชุดใหม่จากเดิม 34 ตำแหน่งเหลือเพียง 12 ตำแหน่ง ประกอบด้วย นายบรรหาร ศิลปอาชาเป็นหัวหน้าพรรคชาติไทย นายประภัตร โพธสุธน เป็นเลขาธิการพรรค นายจองชัย เที่ยงธรรม และนายนิกร จำนง เป็นรองหัวหน้าพรรค นายเกษม สรศักดิ์เกษม รองเลขาธิการพรรคและเป็นนายทะเบียนสมาชิกพรรค นายธรรมา ปิ่นสุกาญจนะ เป็นเหรัญญิก นางสาวปอรรัชม์ ยอดเณร เป็นโฆษกพรรค ส่วนกรรมการบริหารพรรคมีแค่ 4 คน คือ นายธีรวัฒน์ ศิริวัณสาณฑ์ นางสุจิตรา ผาลีพัฒน์ นายมงคล โคว้วัฒนะวงษ์รักษ์ นายไพศาล ชโนวรรณ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าการแต่งตั้งกรรมการบริหารในครั้งนี้ผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นนั้นส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นส.ส.พร้อมทั้งตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคก็ได้มีการลดจากเดิม 6 คนเหลือเพียง 2 คนโดยได้ถอดนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล นายอนุรักษ์ จุรีมาศ นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคชาติไทยด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมใหญ่ของพรรคชาติไทย เป็นที่น่าสังเกตว่านางสาวจณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ อดีตโฆษกพรรคชาติไทยไม่ได้มาร่วมการประชุมครั้งนี้ซึ่งทำให้สมาชิกพรรคหลายคนต่างสอบถามกันว่านางสาวจณิสตาหายไปไหนและได้ลาออกจากสมาชิกพรรคแล้วหรือ และในการประชุมพรรคก็ได้มีมติแต่งตั้งโฆษกพรรคชาติไทยคนใหม่คือนางสาวปอรรัชม์ อย่างไรก็ตามนางสาวจณิสตาก็ยังเป็นสมาชิกพรรค ยังไม่ได้มีการลาออกแต่อย่างใด
วิเคราะห์
จากข่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่านายบรรหารคาดแล้วแล้วว่ารัฐบาลจะมีการยุบสภาดังนั้นจึงต้องแก้เกมด้วยวิธีนี้
ขอขอบคุณแหล่งข่าวจากhttp://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000108348
โดย นายรวมเลิศ สุภานันท์ 5131601165

ท่านคิดยังไรกับการเมืองในปัจจุบันนี้

ป้ายกำกับ