เชียร์ 51

ข่าวเด็ด

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาพชัดๆ “ปืนจ่อหัว” พิสูจน์ “ความด้าน” ของตำรวจไทยและ “สมัคร” แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาพชัดๆ “ปืนจ่อหัว” พิสูจน์ “ความด้าน” ของตำรวจไทยและ “สมัคร” แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2551

ภาพชัดๆ “ปืนจ่อหัว” พิสูจน์ “ความด้าน” ของตำรวจไทยและ “สมัคร”



นี่หรือแค่มาติดคำสั่งศาล
ไล่ต้อนกันยังกะเป็นวัวเป็นควาย

คำโกหกของ"สมัคร สุนทรเวช"และ ตำรวจไทย
"เมื่อเช้านี้ตำรวจก็ดำเนินการตามคำสั่งศาล ก็เขาก็ไปช่วยเจ้าหน้าที่ศาลดำเนินการ ศาลสั่งอะไรก็ดำเนินการตามนั้น เข้าไปจนกระทั่งจะจบ เมื่อเช้าก็จะเอาซะให้จบก็ได้ ไปๆ มาๆ ก็ว่าเดี๋ยวจะปะทะกัน ก็เดินหน้าไปหน่อยเดี๋ยวจะปะทะ จะเลือดตกยางออก ก็บอกอย่างนั้นก็ถอยออกมาก็แล้วกัน"
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี แถลงที่กองบัญชาการกองทัพไทย ภายหลังจากการประชุมสภากลาโหม เย็นวันที่ 29 สิงหาคม 2551
“ต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ที่ทำงานเพราะเขามีอยู่สองมือแล้วถืออาวุธที่เป็นอาวุธยาว การเคลื่อนตัวไปก็จะมีโอกาสที่จะเกิดเป็นภาพนั้นขึ้นมาได้ แต่ไม่ใช่เจตนาจะไปเอาปืนจ่อหัวอย่างแน่นอน จึงไม่ควรเอาภาพในจุดเดียวมาขยายความเพื่อให้เกิดภาพลบกับองค์กร”
พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รอง ผบช.ก.ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงเมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 30 สิงหาคม 2551

“ท่านเห็นไหมครับว่าไอ้รูปปืนที่เอามาจี้กัน สมัยนี้มันใช้ปืนอะไรครับเวลานี้ ปืนประจำกายในเวลานี้มันเอ็ม 16 ทั้งนั้น แล้วไอ้รูปที่เอาปืนมาจ่อ มันรูปที่ไหน ปืนมันรูปร่างพิสดารยังไงมันอยู่ในระบบการปราบปรามนี้หรือเปล่า แล้วในที่สุดก็ไม่ได้เอาปืนไปปราบปรามเลยสักกระบอกเดียวครับ แต่มีรูปมายืนยัน เขากำลังพิสูจน์กันอยู่ กำลังดูเครื่องแต่งกาย ดูลักษณะปืน มันไม่มีปืนอย่างนี้อยู่ในกระบวนการปราบปราม แล้วไม่ได้ใช้ปืนปราบปราม เขาใช้กระบอก ใช้โล่ ใช้อะไรแต่งตัวทั้งนั้น อย่างมากที่ทำก็คือตี กลอก กลอก กลอก ที่ว่าให้ถอยออกไป
“เพราะฉะนั้นเวลานั้นดูรูปเสียก่อนครับว่ามันปืนอะไร เวลานี้เขาใช้ปืนอะไรกัน ในเมื่อเขาไม่ได้ใช้ปืนสักกระบอกเดียวแล้วมีรูปมาจ่ออันนั้น ก็มีความพยายามทำกันทุกวิธีทางเอามาประกอบกันนั้น ไม่เป็นปัญหาหรอกครับ เรื่องนี้ผมรับผิดชอบไม่ต้องไปโทษใครด้วย ...” นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวในที่ประชุมรัฐสภา วันที่ 31 สิงหาคม 2551


ภาพอีกมุมที่เห็นชัดเจนว่าตำรวจจงใจชี้ปากกระบอกปืนไปที่ประชาชน โดยไม่รู้สึกอะไรเลยกับสีหน้าหวาดกลัวของสุภาพสตรีที่อยู่ข้างหน้า
ประชาชนเผชิญหน้ากับปากกระบอกปืนด้วยสีหน้าที่ทั้งท้าทายและหวาดกลัว ทำให้นึกถึงภาพ"The Third of May 1808" ผลงานของ Fransisco Goya ที่เขียนภาพนี้ขึ้นเพื่อรำลึกเหตุการณ์ทหารของนโปเลียนสังหารชาวกรุงแมดริดที่ลุกฮือขึ้นต่อต้าน ระหว่างที่ฝรั่งเศสเข้ายึดครองสเปน ในปี 1808
ภาพ “The Third of May 1808” ผลงานของ Fransisco Goya
ปืนใคร?
นี่หรือภาพตัดต่อ?


"ภาพตัดต่อ" "ปืนนอกระบบ" คิดได้ไง?
กำลังตำรวจพร้อมอาวุธครบมือปีนกำแพงทำเนียบเพื่อคุ้มกัน"คำสั่งบังคับคดี"เข้าไปติดในทำเนียบ?



ภาพเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าไปไล่ทำร้ายประชาชนในทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.วันที่ 29 สิงหาคม 2551 ขณะนำคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีของศาลแพ่งที่ให้พันธมิตรฯ ถอนการชุมนุมออกจากทำเนียบรัฐบาลไปติด โดยตำรวจพร้อมอาวุธครบมือปีนกำแพงทำเนียบ เข้าไปใช้อาวุธปืนจี้หัวข่มขู่ประชาชนให้ออกไปจากบริเวณตึกแดง สะท้อนภาพการใช้ความรุนแรงเพื่อสลายการชุมนุมของพันธมิตรฯ แต่นายสมัคร สุนทรเวช อ้างว่าตำรวจไม่มีปืน ไม่ได้ทำอะไรรุนแรง แค่ช่วยนำหมายศาลเข้ามาติดเท่านั้น ส่วนปืนที่เห็นในภาพอาจเป็นปืนนอกระบบ ขณะที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตำรวจอ้างว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้ตั้งใจเอาปืนจ่อหัว และเป็นปืนที่ไม่ได้บรรจุกระสุน
ปืนยิงแก๊สน้ำตา?


ปืนประจำกายตำรวจแต่ละคน นายสมัครลองตรวจสอบดูว่าเป็น"ปืนนอกระบบ"หรือไม่



ยกกันมาเป็นโขยงเพื่อจะนำ"คำสั่งบังคับคดี"มาติด?

วิเคราะห์

จากรูปการณ์แล้วดูเหมือนว่าจะมีการใช้ปืนจ่อหัวจริงรวมถึงการมีปืนยิงแก๊สน้ำตาด้วยดังนั้นคำกล่าวอ้างของคุณสมัครก็ไม่เป็นความจริงเสียทีเดียว ซึ่งทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลและตำรวจดูเลวร้ายลงไปอีก

ขอขอบคุณแหล่งข่าวจาก
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000103116

โดย นายรวมเลิศ สุภานันท์ 5131601165



ท่านคิดยังไรกับการเมืองในปัจจุบันนี้

ป้ายกำกับ