เชียร์ 51

ข่าวเด็ด

วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2551

นับถอยหลัง “หมัก” ตกเก้าอี้ ศาลนัดชี้ชิมไปฯ พรุ่งนี้ 14.00 น.

สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี
“หมัก” ให้การมัดคอตัวเองกรณีลูกจ้างชิมไปบ่นไป ต่อหน้าองค์คณะตุลาการ ศาล รธน.ไม่รีรอสั่งฟังคำวินิจฉัยทันทีพรุ่งนี้ เวลา 14.00 น.
วันนี้ (8 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานภายหลังศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์ รับฟังคำชี้แจงของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และนายศักดิ์ชัย แก้ววันณี กรรมการผู้จัดการบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัดในคำร้องที่ประธานวุฒิส่งความเห็นสมาชิกวุฒิสภาขอให้วินิจฉัยการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี กรณีการจัดรายการชิมไปบ่นไป และยกโขยง 6 โมงเช้า ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 วรรค 1 (7) และมาตรา 267 ประกอบมาตรา 82 วรรค 3 และมาตรา 91 หรือไม่ โดยศาลได้นัดฟังคำวินิจฉัยในวันพรุ่งนี้ (9 ก.ย.) เวลา 14.00 น.
อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อเวลา 09.30 น.คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มี นายชัช ชลวร เป็นประธานได้ออกนั่งบัลลังก์ ไต่สวนพยานผู้ถูกร้องในคำร้องที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนา ส.ว.สรรหาและคณะส.ว. รวมทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี ของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นพิธีกรดำเนินรายการ "ชิมไปบ่นไป" ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7) และมาตรา 267 ประกอบ 182 วรรคสาม และมาตรา 91 โดยพยานผู้ถูกร้องมี 2 ปากคือ นายศักดิ์ชัย แก้วมณีสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟซ มีเดีย จำกัด และนายสมัคร
ทั้งนี้ นายสมัคร ได้ขึ้นให้การโดยระบุว่า ได้เริ่มทำรายการ ชิมไปบ่นไป ตั้งแต่ปี 2543 โดยบริษัท เฟซมีเดีย จำกัด ได้มาชวนให้เป็นพิธีกร หลังจากนั้นก็ทำมาตอลด จนกระทั่งรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 6 ก.พ. 2551 และหลังจากนั้นก็ได้บันทึกเทปรายการดังกล่าว 2-3 ครั้ง ซึ่งการบันทึกเทปครั้งหนึ่งก็สามารถนำไปออกอากาศได้ 1 เดือน โดยตนไม่ได้เรียกร้องค่าตอบแทน และไม่ได้รับค่าตอบแทนแต่อย่างใด
นายสมัคร ให้การว่า ทางบริษัทได้จ่ายค่าน้ำมันและค่ากับข้าวให้กับคนขับรถของตน ซึ่งรายละเอียดนั้น เขาจะนำไปใช้จ่ายอย่างไรตนไม่ทราบ และหลังจากที่มีคนทักท้วงว่า อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ ตนก็ไม่ทำรายการดังกล่าวอีก โดยบอกให้รายการหาพิธีกรมาแทน แต่ที่ทำอยู่เพราะทนายบอกว่า เนื่องจากเป็นการรับจ้างไม่ใช่ลูกจ้าง จนกระทั่งมีข่าวลงตามหนังสือพิมพ์ ตนก็สั่งระงับการออกอากาศทันที รวมทั้งให้เก็บเทปบันทึกรายการ กลัวสถานีนำไปออกอากาศซ้ำอีก
นายสมัคร กล่าวเพิ่มเติมว่า "ถ้าตนผิดจริง อย่าให้ตนไม่มีความเจริญ แต่ถ้าไม่ได้ทำผิด ก็ขอให้ตนได้รับความสุขความเจริญ"
เป็นที่น่าสังเกตุว่า ระหว่างขึ้นให้การต่อศาลนั้นนายสมัคร ได้มีท่าทีในการตอบคำซักถามของนายเรืองไกร ลิกิจวัฒนะ ส.ว.ระบบสรรหา ผู้ที่ร้องเรียนเรื่องดังกล่าวอย่างแข็งกร้าว พร้อมกับได้ยอกย้อนตอบคำถามเป็นบางคำถามอย่างดุดัน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากนายสมัคร ให้การต่อผู้ร้องเสร็จสิ้นแล้ว ทางองค์คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ได้สอบถามในประเด็นที่ยังสงสัย เพื่อต้องการให้พยานยืนยัน หรือ ปฎิเสธ โดยศาลได้สอบถามนายสมัคร ว่า คนขับรถได้แจ้งพยานเกี่ยวกับเรื่องค่าตอบแทน หรือไม่ และ คนขับรถได้นำเงินไปใช้ในเรื่องใดบ้าง นายสมัคร ตอบว่า ไม่ทราบและไม่รู้ว่านำไปใช้เรื่องใด โดยนายสมัคร จะอธิบายเกี่ยวกับคนขับรถ ศาลได้ติงว่า ไม่จำเป็นต้องนำประเด็นข้อกฎหมาย มาหักล้างข้อเท็จจริง
นอกจากนั้น ระหว่างที่ศาลถาม และยังถามไม่จบ นายสมัคร พยายามพูดแทรกออกมา ศาลต้องติงว่า ขอให้ฟังคำถามให้จบก่อน ทำให้นายสมัคร ถึงกับแสดงอาการไม่พอใจ
ศาลได้ถามอีกว่า หลังเกิดเป็นคดีขึ้น พยาน(นายสมัคร)ได้ไปอัดเทปรายการที่บ้านของพยานและไม่ยอมให้สื่อมวลชนทำข่าว ใช่หรือไม่ นายสมัคร ตอบว่าใช่ โดยอ้างว่า ไม่ต้องการให้วุ่นวายและตัดเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับคนขับรถ โดยศาลถามว่า หลังจากอัดรายการที่บ้านแล้ว คนขับรถยังได้รับค่าตอบแทนอยู่หรือไม่ นายสมัคร ตอบว่า ใช่เนื่องจากเป็นเรื่องที่คนขับรถต้องใช้จ่าย แต่ไม่เกี่ยวกับตน
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่ศาลได้สอบถาม เกี่ยวกับพยานเอกสารที่ได้จากการถอดเทปรายการ สนทนาประสาสมัคร เพื่อให้พยานยืนยันว่า เป็นเอกสารที่ถูกต้องหรือไม่ พยานได้ถาม ศาลว่า แล้วมาเกี่ยวอะไรกับคดีนี้ ศาลแจ้งว่า เนื่องจาก พยานได้พูดเป็นข้อเท็จจริงในรายการเกี่ยวกับคดีนี้ไว้ จึงจำเป็นต้องนำมาประกอบการพิจารณา ทำให้นายสมัคร ทำเสียง อือ อือ และมีอาการไม่พอใจ
ศาลยังได้ถามถึงเรื่อง ภาพโลโก้ รูปผู้ชายที่มีลักษณะจมูกรูปชมพู่ โดยศาลถามว่า เป็นรูปของพยานใช่หรือไม่ นายสมัคร ตอบว่าใช่ และอธิบายว่า เป็นรูปของตนที่คนทั้งประเทศรับรู้มาตั้งหลายปีแล้ว
จนกระทั่งนายสมัครให้การเสร็จเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. นายสมัคร ได้ขออนุญาตศาลออกจากห้องพิจารณาคดีเพื่อไปปฏิบัติภารกิจทันที และขึ้นรถออกไปจากศาลรัฐธรรมนูญอย่างรวดเร็ว
วิเคราะห์
จากข่าวดังกล่าวสามารถวิเคราะห์ได้ว่าคดีนี้คงไม่เป็นที่พอใจต่อนายกสมัครมากนักและอาจเป็นเหตุให้กลุ่มพันธมิตรใช้เป็นกรณีกล่าวหาได้ อีกทั้งยังอาจเป็นปัจจัยหนึงที่ทำให้นายกสมัครยิ่งเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากยิ่งขึ้นเฉกเช่นเดียวกับกรณีคดีของพ.ต.ท.ทักษิณ
ขอขอบคุณแหล่งข่าวจากhttp://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000106145
โดย นายรวมเลิศ สุภานันท์ 5131601165

พันธมิตรฯ เก็บกวาดทำเนียบฯ ยันไร้โรคระบาด


บรรยากาศการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ทำเนียบรัฐบาล ก้าวเข้าสู่วันที่ 14 ที่พันธมิตรฯ บุกยึดทำเนียบรัฐบาลยังคงดำเนินไปตามปกติ มวลชนยังคงรับฟังการปราศรัยตามปกติ โดยมีการดูแลพื้นที่ ทำความสะอาดบริเวณพื้นที่โดยรอบ และตัดแต่งต้นไม้ เพื่อเป็นการยืนยันว่าไม่มีโรคระบาดตามข่าวที่นำเสนอ และสภาพอากาศในวันนี้ยังคงครึ้มฟ้าครึ้มฝน

ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ จ.นครศรีธรรมราช ได้จับ 'ตัวจันไร' หรือตัวเงินตัวทองจากคลองด้านหลังตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล มาทาสีแดง แทนสัญลักษณ์ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. แห่รอบทำเนียบรัฐบาล ก่อนนำกลับไปปล่อยไว้ที่เดิม พร้อมตะโกนว่า ให้ไปโผล่ที่ จ.อุดรธานี

ส่วนการชุมนุมตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา แกนนำพันธมิตรฯ ที่ขึ้นปราศรัยมีเพียง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และนายสมศักดิ์ โกศัยสุข โดยขอให้ผู้ชุมนุมปักหลักชุมนุมต่อไปอย่างเหนียวแน่น หากใครต้องการกลับบ้านให้หาคนมาแทน เนื่องจากเกรงว่าหากผู้ชุมนุมมีจำนวนน้อยจะถูกสลายการชุมนุม

ขณะที่ในช่วงบ่ายก่อนหน้านี้ผู้ชุมนุมมีกำหนดที่จะจัดเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการเมืองภายในตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล แต่ได้ยกเลิกไปเนื่องจากเกรงว่าอาจจะไม่เหมาะสม

วิเคราะห์
จากข่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่ากลุ่มพันธมิตรคิดจะใช้สงครามยืดเยื้อกับรัฐบาลซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลกับเศรษฐกิจต่อไปอีกในระยะยาวแน่นอน

ขอขอบคุณแหล่งข่าวจากhttp://news.adintrend.com/?group=politics

โดย นายรวมเลิศ สุภานันท์ 5131601165

วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2551

ททท.เร่งเคลียร์ต่างชาติแจงวิกฤตการเมืองไทย

นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านการสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 6 ก.ย. ว่า ได้ประสานให้สำนักงาน ททท. ในต่างประเทศเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาประเทศไทย ให้ทราบความเคลื่อนไหวถึงสถานการณ์ของประเทศไทย และคำชี้แจงของกระทรวงการต่างประเทศเกี่ยวกับการประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในเขตกรุงเทพฯ ว่า ตั้งอยู่บนหลักการของประชาธิปไตย โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนในการแก้ไขปัญหา
นอกจากนี้ รองผู้ว่าการด้านการสื่อสารการตลาด ททท. ยังเปิดเผยถึงการสุ่มสอบถามความคิดเห็นตัวอย่างนักท่องเที่ยวทางโทรศัพท์พบว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยกว่าครึ่งยืนยันสถานการณ์การเมืองไม่กระทบต่อการตัดสินใจท่องเที่ยว เพราะวางแผนเดินทางไว้ล่วงหน้า และสถานที่ท่องเที่ยวไม่มีการชุมนุม แต่ยอมรับว่า มีผลต่อจิตวิทยาในการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยว เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย สถานการณ์ยืดเยื้อและการเดินทางไม่สะดวก
ส่วนตลาดต่างประเทศนั้น นางจุฑาพร กล่าวว่า จากการสอบถามผ่านตัวแทนบริษัทนำเที่ยวพบว่า มีการยกเลิกการเดิน ทางเนื่องจากการปิดสนามบินและบางสายการบินในต่างประเทศยกเลิกเที่ยวบินมาไทย อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่า การชี้แจงผ่านสำนักงาน ททท. ในต่างประเทศจะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความมั่นใจมากขึ้น

ขอขอบคุณแหล่งข่าว http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1220684146&grpid=03&catid=01
โพสต์โดย นางสาว กนกวรรณ ชูจิตต์ประชิต ID 5131601220 sec 1

นศ.ชุมนุมสะพานมัฆวานฯ ค่ำนี้ ลั่นหยุดเรียน 9 ก.ย.ไม่มีกำหนด

นักศึกษา 80 สถาบัน นัดชุมนุมใหญ่ค่ำวันนี้ (6ก.ย.) ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ ก่อนเคลื่อนไหวแบบดาวกระจายหนุนพันธมิตรฯ พร้อมประกาศหยุดเรียน 9 ก.ย.ไม่มีกำหนด ด้านนศ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมลงชื่อถอดถอนนายกรัฐมนตรีนายวสันต์ วานิชย์ ผู้ประสานงานเยาวชนกู้ชาติ กล่าวถึง การเคลื่อนไหวใหญ่ของนิสิต นักศึกษา ว่า นักศึกษา 80 สถาบันทั่วประเทศ นำโดย ม.ธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ ม.เกษตรศาสตร์ และ ม.รังสิต จะชุมนุมใหญ่ที่ สะพานมัฆวานฯ ค่ำวันนี้ (6ก.ย.) เพื่อสนับสนุนการชุมนุมของพันธมิตรฯ ซึ่งคาดว่าจะมีนักศึกษามาร่วมชุมนุมไม่ต่ำกว่า 5 พันคน ซึ่งได้รับคำยืนยันจากแกนนำมหาวิทยาลัยว่าจะนำนักศึกษามาร่วมไม่ต่ำกว่าสถาบันละ 80-100 คน จากนั้นเวลา 19.00 น. จะเดินเท้าเคลื่อนไหวแบบดาวกระจายเป็น 2 สาย แต่ยังไม่เปิดเผยสถานที่เพื่อความปลอดภัย เพราะข่าวมาว่า กลุ่ม นปก. จะรวบรวมอาวุธมาก่อกวน จึงได้เตรียมการ์ดรักษาความปลอดภัยจาก สถาบันอุเทนถวาย ไว้ และเตรียมเสื้อกันฝนไว้ 5,000 ชุด และในเวลา 20.00 น.จะประกาศหยุดเรียนตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.เป็นต้นไป แบบไม่มีกำหนด น.ส.กุลทิพย์ กาลสัมฤทธิ์ แกนนำเยาวชนกู้ชาติ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของนักศึกษาครั้งนี้ ไม่ได้ตามกระแสและเลือกข้างพันธมิตรฯ แต่เป็นการเลือกข้างความถูกต้อง แต่ที่ผ่านมาเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย ซึ่งกรณีนักศึกษารามคำแหงถูกยิงขณะเดินทางไปนายกฯเป็นการปลุกพลังนักศึกษา การออกมาประกาศหยุดเรียนแม้ใกล้ช่วงสอบเพราะถ้าจบไปแล้วประเทศเดือดร้อน ก็ไม่มีความหมายอะไร มติการหยุดเรียนเป็นมติของนักศึกษาทั่วประเทศแล้ว อย่างไรก็ตามกิจกรรมการเคลื่อนไหวของนักศึกษาจะเป็นการให้ความรู้และแสดงความเห็นทางการเมือง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณอาคาร SC ตึกกิจกรรมอาคารเรียนร่วม นักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จ.ปทุมธานี นายอนุธีร์ เดชเทวพร อุปนายกฝ่ายกิจกรรมภายนอก ได้จัดโต๊ะลงชื่อถอดถอน นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่งเนื่องจากหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ โดยมีนักศึกษาให้ความสนใจมาร่วมลงชื่ออย่างต่อเนื่อง นับเป็นพลังอันบริสุทธิ์ที่ออกมาแสดงความเคลื่อนไหว และพร้อมเป็นกำลังใจให้กับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ต่อสู้ความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมไทย นักศึกษาบางคนได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปิดกั้นของรัฐมนตรีบางคนที่ไม่ให้นักศึกษาออกมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองว่า เป็นความคิดที่เห็นแก่ตัว เพราะนักศึกษาทุกคนต้องเรียนรู้ทางการเมืองถ้าเราไม่สนใจทางการเมืองก็จะเป็นอย่างที่เห็นในปัจจุบันนี้ ดังนั้นเราในฐานะของนักศึกษาจึงต้องออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในครั้งนี้ นายอนุธีร์ เดชเทวพร กล่าวว่า การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเป็นเรื่องที่ถูกต้อง การร่วมลงชื่อถอดถอนนายกรัฐมนตรี ก็เป็นการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่ผู้นำรัฐบาลบริหารประเทศผิดพลาดจนสร้างความเสียหายให้กับประเทศ ขณะนี้มีนักศึกษามาร่วมลงชื่อถอดถอน 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา ประมาณเกือบ 1000 คนแล้ว และก็จะเปิดให้ลงชื่อถอดถอนไปอย่างต่อเนื่องทุกวัน

ขอขอบคุณที่มาจาก http://news.sanook.com/politic/politic_302879.php
โพสต์โดยนางสาว วิมลวรรณ บุญเจริญ ID 5131601177 sec1

วันศุกร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2551

“หอกหัก” สติแตกสั่ง ตร.นับร้อยอารักขาบ้านพัก


นายกฯ เกลียดตัวกินไข่ สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจจากนครบาล 4 ระดมสรรพกำลังเต็มอัตราศึกกว่า 3 กองร้อยรายล้อมคฤหาสน์โอฬาร หวั่นนักศึกษารามคำแหงเดินขบวนเหยียบจมูกถึงถิ่น ทวงถามคดี นศ.ถูกลอบยิง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ชอบความเป็นอิสระ มีเพียง รปภ.ประจำตัวอารักขาไม่กี่คน
วันนี้ (5 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหมู่บ้านโอฬาร ซอยนวมินทร์ 81 ซึ่งเป็นบ้านพักของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ว่าตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ (5 ก.ย.) มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล 4 ประกอบด้วย สน.ลาดพร้าว บึงกุ่ม อุดมสุข ประเวศ วังทองหลาง บางชัน โชคชัย และหัวหมาก กว่า 100 นาย ได้มาตรึงกำลังดูแลรักษาความเรียบร้อยบริเวณโดยรอบบ้านพัก รวมถึงแยกต่างๆ หลังจากที่เมื่อวานนี้ (4 ก.ย.) มีกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหงจะเดินทางมาชุมนุมบริเวณบ้านพักของนายกรัฐมนตรี แต่ถูกลอบยิงจนได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย
มีข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บรรยากาศทั่วไปยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และในการดูแลรักษาความปลอดภัยครั้งนี้ได้ใช้กำลังตำรวจ 3 กองร้อย ผลัดเปลี่ยนกันเข้าเวรตลอด 24 ชั่วโมง โดยดูแลรักษาความปลอดภัยยังคงเป็นไปอย่างเข้มงวด ซึ่งมาตรการรักษาความปลอดภัยดังกล่าวได้ดำเนินการมาตั้งแต่การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
วิเคราะห์
จากข่าวข้างต้นสามารถวิเคราะห์ได้ว่าลุงหมักเป็นห่วงความปลอดภัยของตัวเองมากซึ่งคล้ายกันกับกรณีของอดีตนายกทักษิณที่ก่อนหน้าจะออกจากตำแหน่งก็ได้มีการรักษาความปลอดภัยในบ้านพักเต็มอัตรา
ขอขอบคุณแหล่งข่าวจากhttp://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000105214
โดย นายรวมเลิศ สุภานันท์ 5131601165

“สื่อเทศ” โหมข่าวประชามติ “หมัก” แหล! สาปแช่งตกเก้าอี้


สื่อทั่วโลกประโคมข่าว พันธมิตรฯ ชุมนุมยืดเยื้อเพื่อขับไล่รัฐบาลหอกหักโดยยึดหลักอสิงหา ประณามจัดทำประชามติเมื่อสายเสียแล้ว ไม่เชื่อมั่นในความโปร่งใส ชี้อนาคตสมัครลาออกสถานเดียว
วันนี้ (5 ก.ย.) สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษ ยังคงเกาะติดสถานการณ์การชุมนุมประท้วงในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดคือเรื่องที่รัฐบาลจะทำประชามติหาทางออกให้กับปัญหา โดยนายโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซีระบุว่า ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าการจัดทำประชามติในครั้งนี้จะช่วยคลี่คลายปัญหาในสังคมไทยที่แตกแยกออกเป็น 2 ขั้วได้อย่างไร โดยทุกอย่างขึ้นอยู่กับคำถามที่จะใช้ และความโปร่งใสในการลงประชามติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการซื้อเสียง
ขณะที่ นายเจมมี มัสเซิล รองประธานสมาคมเอเชีย ให้ความเห็นว่า การทำประชามติไม่ใช่ทางออกของปัญหาที่มีรากเหง้ามาจากการกล่าวหาอดีตนายกรัฐมนตรีว่าฉ้อราษฎร์บังหลวง
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า แม้ว่ารัฐบาลจะมีมติให้มีการจัดทำการลงประชามติเกี่ยวกับอนาคตของรัฐบาล แต่อนาคตของนายสมัคร สุนทรเวช เวลานี้ยังคลุมเครือ ไม่มีทิศทางที่ชัดเจน
ขณะที่ นิตยสารเศรษฐกิจฟาร์อีสต์ อีโคโนมิกส์ รีวิว ฟันธงว่า ทางเดียวที่จะทำให้ประชาธิปไตยของประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้ ก็คือการที่นายกรัฐมนตรีต้องลาออก
วิเคราะห์
จากข่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่าสื่อต่างประเทศคาดคะเนแล้วว่ารัฐบาลจะเป็นฝ่ายแพ้และการทำประชามติไม่อาจเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหรือกู้วิกฤตณ์ของรัฐบาล
ขอขอบคุณแหล่งข่าวจากwww.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000105220
โดย นายรวมเลิศ สุภานันท์ 5131601165

ท่านคิดยังไรกับการเมืองในปัจจุบันนี้

ป้ายกำกับ