เชียร์ 51

ข่าวเด็ด

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ตีกันเพื่อ !


หลังจากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรกับรัฐบาลหรือกลุ่มอื่นๆ


คุณคิดยังไงบ้าง กับการที่คนไทยนั้น
"แตกความสามัคคีตีกันเอง "

วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

นักวิชาการ เชื่อ รบ.จ้องถอดถอน ป.ป.ช. แค่เกม ที่ใช้เรียกคะแนนสงสาร

“พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์” จากรัฐศาสตร์ จุฬา เชื่อ รบ.หุ่นเชิด จ้องจะถอดถอน ป.ป.ช. เป็นแค่เกม ที่เอาไว้เรียกคะแนนความเห็นใจ ว่าถูกกลั่นแกล้ง หวังเลือกตั้งครั้งหน้าจะเข้าแก้ รธน.ได้ง่ายขึ้น- “วรวัจน์”พูดไม่อาย หากแก้ไข รธน. และโละ กกต. ป.ป.ช. แล้ว พร้อมยบุสภาฯแล้วเลือกตั้งใหม่ทันที เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ในรายการ คมชัดลึก ทางสถานีโทรทัศน์เนชั่น แชนแนล ถึงกรณีที่มีการกล่าวหาว่าป.ป.ช.ไม่มีสิทธิถอดถอน ครม.เพราะเป็นองค์กรที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ว่าตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นการเล่นเกมของรัฐบาล ที่หยิบยกขึ้นมาหวังเป็นผลประโยชน์ เผื่อว่า หากวันหนึ่งเจอปัญหาต่าง ๆ มากมายจนต้องยุบสภาฯ เมื่อหาเสียงเลือกตั้งครั้งใหม่ ก็จะบอกกับประชาชนได้ว่า สิ่งที่พวกตนประสบมาคือการกลั่นแกล้งโดยอำนาจและกลุ่มคนที่คณะรัฐประหารสร้างไว้ หากเลือกเข้ามาใหม่ก็จะขอแก้ไข รธน.ทันที ก็สามารถทำได้เพราะได้รับความเห็นใจจากประชาชนมากขึ้น ด้าน นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล ส.ส. แพร่ พรรคพลังประชาชน กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลกำลังทวงถามจาก ป.ป.ช. ในวันนี้ ไม่ได้หมายความว่าไม่ยอมรับที่มาของ ป.ป.ช. เพียงเท่านั้น แต่ไม่ยอมรับทุกสิ่งที่อำนาจรัฐประหารวางเอาไว้เพื่อหวังทำลายล้างรัฐบาลชุดนี้ เพราะตนมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ เกิดจากความต้องการที่จะทำลายล้างกัน ซึ่งหากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ประเทศชาติก็จะไปไม่ไหว ดังนั้นตนจึงเสนอว่าทุกฝ่ายควรหยุด แล้วกล้าไขทุกสิ่งให้ถูกต้อง ซึ่งตนกล้าพูดแทนทุกคนในพรรคพลังประชาชนได้เลยว่า ทุกคนอยากเห็นบ้านเมืองพัฒนาไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่น ดังนั้นหากดำเนินการแก้ทุกอย่างให้ถูกต้อง ทั้ง รธน.50 ที่มาขององค์กรอิสระ เช่น ป.ป.ช. และ กกต. แล้วเมื่อนั้นพรรคพลังประชาชนก็พร้อมจะยุบสภา แล้วกลับไปเลือกตั้งใหม่ เพื่อให้เกิดความชอบธรรมและเกิดกติกาใหม่ที่ยุติธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อรองรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ อีกทั้งรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารบ้านเมืองก็จะได้ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ ความพยายบามที่จะล้มล้างองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. กกต. เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลกำลังถูกตรวจสบจากองค์กรเหล่านั้นและมีแนวโน้มว่าจะไม่สามารถแก้ข้อกล่าวหาได้ อาทิ กรณีเขาพระวิหาร ซึ่ง ป.ป.ช.กำลังไต่สวนเพื่อดำเนินคดีกับ ครม.ทั้งคณะ ตามคำร้องของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและ ส.ว. ฐานกระทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยไว้แล้วว่าผิดจริง , กรณีใบแดงของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้ตัดสินชี้ขาดไปแล้ว และ กกต.กำลังสรุปสำนวนเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสั่งยุบพรรคพลังประชาชนต่อไป เป็นต้น




โดย ผู้จัดการออนไลน์
22 กรกฎาคม 2551 23:54 น.






วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

เอ็นบีทีขานรับจัดเวลาให้ 'หมัก' โต้ พธม. [21 ก.ค. 51 - 04:47]

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงกรณีที่นายกฯ ระบุว่าจะเปิดรายการตอบโต้เอเอสทีวีทุกวันในเวลา 22.00 น. ผ่านสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีว่า รูปแบบรายการดังกล่าวจะเป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงที่กลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวหารัฐบาลผ่านสถานีเอเอสทีวีตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ประชาชนบริโภคอยู่ฝ่ายเดียว ดังนั้นทีมโฆษกรัฐบาลและคณะทำงานของนายกฯ จึงหารือกันว่าควรจะมีการชี้แจงข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ในสิ่งที่กลุ่มพันธมิตรฯพูดแบบวันต่อวัน ซึ่งรูปแบบรายการจะมีทีมโฆษกรัฐบาล 4 คนเป็นผู้ดำเนินรายการ ชี้แจงสิ่งที่ถูกกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวหาให้ประชาชนรับทราบความจริง โดยจะเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องในการถูกกล่าวหามาร่วมออกรายการด้วย เพื่อให้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา เรียกว่ากลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวหามาอย่างไรก็จะชี้แจงกลับทันที แบบวันต่อวัน และขณะนี้ทีมโฆษกรัฐบาลกำลังหารือกันว่าจะใช้ชื่อรายการอย่างไร คาดว่าจะได้ข้อสรุปในวันที่ 21 ก.ค. โดยจะมีการออกอากาศทุกวัน เวลา 22.00-23.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เริ่มออกอากาศครั้งแรกวันที่ 21 ก.ค.

บิ๊กเอ็นบีทีขานรับจัดเวลาให้เสียบ

ด้านนายสุริยงค์ หุณฑสาร รักษาการผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที กล่าวว่า ขณะนี้กำลังรอการประสานงานจากทีมงานโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับรายการดังกล่าว เพราะไม่เคยได้รับการประสานงานมาก่อน เพิ่งทราบตอนที่นายกฯพูดในรายการสนทนาประสาสมัครทางสถานีพร้อมดำเนินการตามนโยบาย สำหรับช่วงเวลาดังกล่าวนั้นตามผังรายการเดิมเป็นรายการ “ข่าวหน้า 4”

หนุ่มบุกชกนักบวชสันติอโศก

ด้านบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ปักหลักปิดถนนราชดำเนิน ตั้งเวทีอยู่ที่สะพานมัฆวานฯ ในเวลา 11.00 น. วันที่ 20 ก.ค. นายธวัลรัตน์ รวยเกียรติรชตะ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79/102 ม.9 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม. เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.ชุติพงษ์ ตะกรุดทอง พงส. (สบ2) สน.ดุสิต เพื่อแจ้งความว่าถูกกลุ่ม รปภ.พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทำร้ายร่างกาย ได้รับบาดเจ็บเป็นรอยฟกช้ำที่บริเวณไหล่ขวา โดยนายธวัลรัตน์ กล่าวว่า ทำงานเป็นพนักงานต้อนรับชายอยู่ที่ร้านแร็บบิท ซึ่งตั้งอยู่ในโรงแรมสยามเบเวอรี่ ย่านรัชดา หลังเลิกงานเดินทางมาสังเกตการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งเคยมา 2-3 ครั้งแล้ว ช่วงที่อยู่ที่หน้าเต็นท์ของกองทัพธรรม ตนมองแล้วคิดว่าการมาชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ น่าจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังเกี่ยวกับปัญหาภาคใต้ นอกจากนี้ยังทำให้การจราจรติดขัด รู้สึกรำคาญใจจึงได้เข้าไปสอบถามชายที่แต่งกายคล้ายนักบวชว่า แต่งกายแบบนี้ศาสนาอะไร ชายคนดังกล่าวตอบว่า ศาสนาพุทธ จึงถามต่อไปว่า ศาสนาพุทธมีจีวรสีนี้ด้วยหรือ นักบวชคนเดิมตอบว่า มีเพราะไม่ใช่สีต้องห้าม สีต้องห้ามตามหลักศาสนาพุทธมี 7 สี ตนถามว่าสีต้องห้าม 7 สี นั้นบัญญัติไว้ที่ไหน นักบวชคนดังกล่าวตอบว่า อยู่ในพระไตรปิฎก อยู่ที่วัด ด้วยความโมโหจึงต่อยนักบวชคนนั้นเข้าที่โหนกแก้มซ้าย 1 ที หลังจากนั้น รปภ.ของกลุ่มพันธมิตรฯ นับสิบคน ได้คว้าไม้พลองกรูเข้ามารุมทำร้าย ตนพยายามวิ่งหนี แต่ไม่วายถูกตีเข้าที่บริเวณไหล่ขวาได้รับบาดเจ็บ

ตอบคำถามอยู่ดีๆ ก็โดนต่อย

เวลาไล่เลี่ยกัน สมณะดาวดิน ปฐวัตโต อายุ 46 ปี ผู้ปฏิบัติธรรมพุทธสถานสันติอโศก พร้อมญาติธรรม เดินทางเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวนด้วยเช่นกัน ก่อนเล่าเหตุการณ์ว่าระหว่างอยู่ภายในเต็นท์กองทัพธรรม หน้ากระทรวงศึกษาธิการ เห็นนายธวัลรัตน์ มาสอบถามกับสมณะอีกรูปที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บริเวณหน้าเต็นท์ จึงออกไปดู นายธวัลรัตน์สอบถามว่า เป็นนักบวชศาสนาอะไร ทำไมถึงห่มจีวรสีนี้ เลยพยายามอธิบายไป และเหมือนนายธวัลรัตน์จะเข้าใจ แต่กลับถามต่ออีก จากนั้นก็เข้ามาชกที่โหนกแก้มจนได้รับบาดเจ็บ

ตร.โดนลูกหลงถูกเตะปากแตก

ต่อมา ด.ต.ชวภณ คล่องยุทธ ผบ.หมู่งานจราจร สน.ดุสิต ซึ่งอยู่ในสภาพมีบาดแผลแตกบริเวณริมฝีปาก เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ รปภ.ของกลุ่มพันธมิตรฯ ด้วยว่า ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่อำนวยการจราจรอยู่ที่บริเวณแยกพระบรมรูปทรงม้า เห็นรปภ.กลุ่มพันธมิตรฯ กว่า 10 คน ถือไม้พลองวิ่งไล่จับนายธวัลรัตน์ จึงได้เข้าระงับเหตุ จังหวะกำลังแยกทั้ง 2 ฝ่ายออกจากกัน หนึ่งในกลุ่ม รปภ.พันธมิตรฯ ได้เตะเข้าที่ปากจนได้รับบาดเจ็บ กระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้เข้ามาห้ามปรามและนำตัวตนส่ง รพ.รามาธิบดี

หนุ่มเพี้ยนรับผิดปรับ 1 พันบาท

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำทั้ง 3 ฝ่าย คดีแรกที่นายธวัลรัตน์ทำร้ายร่างกายสมณะดาวดิน ดูจากลักษณะบาดแผล เป็นเพียงกรณีบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น ได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย ส่วนกรณีนี้ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ยอมถูกปรับ 1 พันบาท และไม่ติดใจเอาความกับ รปภ.พันธมิตรฯ ซึ่งจากการพูดคุยทราบว่า นายธวัลรัตน์ เคยเข้ารับการรักษาอาการทางประสาทที่ รพ.ศรีธัญญา เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว ปัจจุบันก็ยังต้องกินยาอย่างต้องเนื่อง โดยต้องไปรับทุกวันพุธ แต่ 2-3 วันที่ผ่านมา ยาหมดไม่ได้ไปรับ สำหรับกรณีที่ตำรวจถูกทำร้ายร่างกายขณะปฏิบัติหน้าที่ก็จะรับเรื่องไว้ ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาว่าจะดำเนินการต่อไป ซึ่งล่าสุด ด.ต.ชวภณ คล่องยุทธ ผบ.หมู่งานจราจร ที่ได้รับบาดเจ็บขณะเข้าระงับเหตุ ยังยืนยันให้ดำเนินคดีกับ รปภ. พันธมิตรฯ เช่นเดิม

พธม.ตั้งคณะรวม ขรก.หนุนผู้ชุมนุม

ส่วนการชุมนุมนั้น ในเวลา 18.00 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ได้อ่านประกาศพันธมิตรฯ ฉบับที่ 5 ตั้งคณะกรรมการพลังแผ่นดิน เนื้อหาระบุว่า บัดนี้มีข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ และพนักงานของรัฐได้ก่อตัวขึ้นสนับสนุนพันธมิตรฯ เพื่อให้การปรับขบวนการต่อสู้เข้มข้นขึ้น จึงจำเป็นต้องให้มีการตั้งคณะกรรมการดังกล่าว เพื่อให้มีองค์กรประกอบทั้งข้าราชการทั้งในและนอกราชการ และให้มีอุดมการณ์สืบสานเจตนารมณ์ ในการปกป้องราชบัลลังก์ โดยมีภารกิจดังต่อไปนี้ ขยายเครือข่ายพันธมิตรฯ ในส่วนของทหาร ตร.และข้าราชการพลเรือน พนักงานของรัฐ ทั้งประจำการ และนอกประจำการให้มากที่สุด เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ให้กับทหาร ตร.ให้ กว้างขวางมากที่สุด ปกป้องประชาชนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ให้มีความปลอดภัย รวมทั้งแจ้งข้อมูลข่าวสารการขายชาติ ฉ้อโกงชาติ ให้พันธมิตรฯ นอกจากนี้ เพื่อให้มีการอารยะขัดขืนในหน่วยงานราชการและองค์กรรัฐต่อฝ่ายการเมืองที่ฉ้อฉลสนับสนุนการเมืองใหม่ ทั้งนี้ พันธมิตรฯได้มีมติเชิญ พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ นายทหารนอกราชการ เป็นประธาน และมีแนวคิดจะเชิญข้าราชการ ทหาร ตร.มาร่วมในคณะกรรมการ แต่จะเป็นใครยังเปิดเผยไม่ได้ ส่วนกรณีที่นายกฯเตรียมที่จะเปิดรายการทางเอ็นบีทีเพื่อตอบโต้พันธมิตรฯนั้น ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ประชาชนจะได้รู้ว่าใครพูดจริง หรือโกหก ส่วนที่นายกฯอ้างว่าทางพันธมิตรฯเตรียมประกาศให้แนวร่วมบุกยึดศาลากลาง จว.นั้น ก็เป็นเรื่องที่ไร้สาระ จะไปทำอย่างนั้นทำไม ถ้าจะยึดก็ยึดทำเนียบรัฐบาลไม่ดีกว่าหรือ เพราะเป็นศูนย์กลางการบริหารแผ่นดิน

ที่มาhttp://www.thairath.co.th/news.php?section=politics&content=97748

องค์กรชาวพุทธเอาผิดสันติอโศก [21 ก.ค. 51 - 04:49]

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ห้องราชา โรงแรมรัตนโกสินทร์ องค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทย จัดสัมมนาเรื่อง “ลัทธิสันติอโศกกับความมั่นคงของพระพุทธศาสนา” โดยมีพระสงฆ์และประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก โดยพระครูสังฆพินัย วัดมหาธาตุ ในฐานะเลขาธิการองค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทย แถลงว่า องค์กรชาวพุทธฯได้รับการร้องเรียนจากประชาชนชาวไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศจำนวนมาก เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มสันติอโศก เนื่องจากทำให้ชาวต่างประเทศเข้าใจว่ากลุ่มสันติอโศกคือพระสงฆ์ไทยที่ชุมนุมขับไล่รัฐบาล เพราะข่าวสารที่เผยแพร่ในต่างประเทศจะระบุว่ากลุ่มสันติอโศกคือพระสงฆ์ไทยในพระพุทธศาสนา ทำให้ประชาชนชาวไทยได้รับความเดือดร้อนและเกิดการเข้าใจผิด ว่าทำไมพระสงฆ์จึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง ทั้งๆที่กรณีสันติอโศก มหาเถรสมาคม (มส.) เคยมีมติปกาสนียกรรมหรือตัดขาดจากความเป็นพระสงฆ์ไปแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 ดังนั้น กลุ่มองค์กรชาวพุทธฯจะเคลื่อนไหวโดยจะไปยื่นหนังสือถึงนายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลงานด้านพระพุทธศาสนาที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 22 ก.ค.นี้ เพื่อให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มสันติอโศกและจะให้เวลา 7 วัน หากยังไม่ดำเนินการ ให้แล้วเสร็จในกำหนดเวลาดังกล่าว องค์กรชาวพุทธฯ จะยื่นฟ้องไปที่ศาลปกครองเพื่อขอให้กลุ่มสันติอโศกหยุดการเคลื่อนไหวทางการเมือง

แฉรวมกลุ่มตั้งพรรคเดินเกมการเมือง

ขณะที่การสัมมนาวิทยากรส่วนใหญ่กล่าวโจมตีการเคลื่อนไหวของกลุ่มสันติอโศกที่ร่วมกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยพระเทพวิสุทธิกวี ผช. เจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส และเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การที่กลุ่มสันติอโศกออกมาเคลื่อนไหวร่วมกับกลุ่มพันธมิตรฯ เพราะขัดแย้งด้านผลประโยชน์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยเฉพาะกับแกนนำคือ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ซึ่งแต่เดิมเคยเกื้อหนุนกัน อย่างไรก็ตาม มองว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มสันติอโศก เพราะต้องการปฏิวัติสังคมเพื่อให้ประชาชนดำเนินชีวิตตามแนวทางของชาวสันติอโศก ต้องการล้มมหาเถรสมาคม (มส.) และยึดอำนาจรัฐ ส่วนยุทธศาสตร์ของกลุ่มสันติอโศกที่วางไว้ขณะนี้มีพร้อมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์ทางทหารที่ปัจจุบันทราบว่ากลุ่มสันติอโศกมีกองกำลังจัดตั้งทั่วประเทศไม่ต่ำกว่าแสนคน และยุทธศาสตร์การเมืองที่แม้จะไม่มีพรรคพลังธรรม หรือพรรคไทยรักไทย แต่ขณะนี้กลุ่มสันติอโศกได้จัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาคือ พรรคเพื่อฟ้าดิน เพื่อเตรียมการเข้าสู่การเมืองอีกครั้ง


โดย นายรวมเลิศ สุภานันท์
ที่มาhttp://www.thairath.co.th/news.php?section=politics&content=97750

วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

โยนบัวแก้วคุยพื้นที่ทับซ้อน เวทีจีบีซีเน้นเรื่องทหาร [19 ก.ค. 51 - 14:26]

พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) กล่าวในรายการ “ลับ ลวง พราง เรดิโอ” ทางสถานีวิทยุ 100.5 กรณีได้รับมอบหมายเป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ร่วมกับ พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กัมพูชา เกี่ยวกับปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาด้านเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ ที่โรงแรมอินโดจีน จ.สระแก้ว ในวันที่ 21 ก.ค.นี้ ว่า ยังไม่สามารถเปิดเผยได้

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวถึงกรณีนายกฯ ส่งจดหมายไปยังรัฐบาลกัมพูชา ยืนยันไม่ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ทับซ้อน บริเวณปราสาทพระวิหาร ว่า การส่งจดหมายเป็นเรื่องที่ดี ส่วนจุดยืนของกองทัพนั้น ไม่สามารถเปิดเผยได้ รอให้มีการเจรจาก่อน แต่ความเห็นของกองทัพเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อย่างไรก็ตาม การประชุมจีบีซีจะพูดเรื่องการทหารเป็นหลัก ส่วนพื้นที่ทับซ้อนให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้เจรจา เพราะเป็นเรื่องอ่อนไหว

พล.อ.บุญสร้าง กล่าวถึงคำถามทหารไทยจะไม่ถอนกำลังจนกว่ากัมพูชาจะถอนทหารหรือไม่นั้น ว่า ไม่ขอตอบ ขอเจรจาก่อน ให้รอฟังผลการประชุม ที่จะทำให้ดีที่สุด ขอให้ประชาชนสบายใจ ทหารจะไม่ใช้ความรุนแรง จะใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ตอนนี้ ต้องการความสามัคคีมากที่สุด และล่าสุดได้พูดคุยในเบื้องต้นกับพล.อ.เตีย บันห์ โดยได้ขอให้ต่างคนต่างดูแลคนของฝ่ายตัวเองให้ดี เชื่อว่า จะคุยกันได้

วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

พันธมิตรฯยื่น 40,000 รายชื่อ ร้อง ปธ.วุฒิฯ ถอดถอน ครม.


แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกอบด้วย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายพิภพ ธงไชย และ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เดินทางไปยังรัฐสภา เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. วันนี้ (15 ก.ค.) เพื่อยื่นรายชื่อประชาชน 40,000 กว่ารายชื่อ ต่อประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้ถอดถอนคณะรัฐมนตรีทั้งคณะออกจากตำแหน่ง กรณีมีมติรับแรงการลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาสนับสนุนให้กัมพูชานำปราสาทพระวิหารไปขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียวโดยขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 190


ทั้งนี้ประชาชนกว่า 40,000 รายชื่อดังกล่าว เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามกฎหมาย พร้อมแนบหลักฐาน และรับรองสำเนาบัตรประชาชน ได้ขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 164 โดยการลงลายมือชื่อ เพื่อให้วุฒิสภา มีมติตามมาตรา 274 ให้ถอดถอนบุคคลตามมาตรา 270 ออกจากตำแหน่ง ด้วยเห็นว่าพฤติการณ์ของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอันประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี เข้าข่ายการกระทำความผิด มาตรา 270 ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

โดยข้อเท็จจริงปรากฏเป็นพฤติการณ์ของคณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีว่า ได้มีมติเห็นชอบกับหนังสือสัญญาที่นำเสนอโดยประเทศกัมพูชา และยินยอมให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ลงนามในเอกสารแถลงการณ์ร่วมระหว่าง ไทย-กัมพูชา เพื่อให้ประเทศกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารและบริเวณโดยรอบให้เป็นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียว อันเป็นหนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตกับประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญา หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงอย่างกว้างขวาง โดยที่ก่อนการดำเนินการในการทำหนังสือสัญญาดังกล่าว คณะรัฐมนตรีมิได้ให้ข้อมูลหรือจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ไม่ได้ชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญา และมิได้เสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบแต่ประการใด อันเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 190 ตามคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 6-7/2551 เรื่องพิจารณาที่ 23/2551 และเรื่องพิจารณาที่ 24/2551 ศาลรัฐธรรมนูญ ลงวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ.2551

ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวจำต้องได้รับการตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การถอดถอนออกจากตำแหน่ง


โดย ผู้จัดการออนไลน์ 15 กรกฎาคม 2551 14:58 น.

http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000083257

ท่านคิดยังไรกับการเมืองในปัจจุบันนี้

ป้ายกำกับ